News Update, Review
SLEEP BOX ที่พักแนวใหม่
Nation TV – เว็บไซต์สถานีข่าวอันดับ 1 ของเมืองไทย
” เมื่อรูปแบบความต้องการที่พักของนักท่องเที่ยวเปลี่ยนไป จึงทำให้มีที่พักรูปแบบใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมาย Sleep Box ที่พักแนวใหม่
ที่ต้องการสร้างประสบการณ์ในการพักผ่อนให้นักท่องเที่ยว ด้วยการพักผ่อนในโรงแรมที่สร้างขึ้นจากตู้คอนเทนเนอร์ทั้งหมด
ด้วยฝีมือการออกแบบและประสบการณ์ในการสร้างที่พักจากตู้คอนเทนเนอร์ Sleep Box เชียงใหม่ “
” เรื่องโดย Nation TV | 21 กรกฎาคม 2559 15 : 30 น. “
News Update
SleepBox Sukhumvit 22 โฮสเทลคอนเทนเนอร์สุดเก๋ในทำเลใจกลางเมือง
SleepBox Sukhumvit 22 แห่งนี้จึงหยิบเอาคอนเซ็ปต์ของโฮสเทลสุดมีสไตล์ภายใต้ตู้คอนเทนเนอร์หลายสิบตู้ที่ถูกนำมาเรียงต่อกันราวกับเป็นกล่องของเล่นสีแดงสะดุดตาซึ่งชวนให้เข้าไปค้นหาตั้งแต่ก้าวแรกที่มาถึง คุณเกรียงไกรหนึ่งในหุ้นส่วนซึ่งเป็นผู้ออกแบบเล่าให้ฟังถึงแรงบันดาลใจและความฝันตั้งแต่ครั้งวัยเยาว์ให้เราฟังว่า อยากลองใช้ชีวิตอยู่ในกล่องสักหนึ่งใบที่เป็นพื้นที่ส่วนตัวและมีความเย็นสบายเสมือนถังน้ำแข็ง จึงนำเอาไอเดียเล็กๆเหล่านั้นมาหลอมรวมกันโดยดัดแปลงตู้คอนเทนเนอร์และใส่ฉนวนกันความร้อนพร้อมทั้งปรับแต่งให้มีความเย็นสบายเหมาะแก่การพักผ่อน ทำให้ที่นี่ถูกสร้างขึ้นเป็นสาขาที่สองต่อจาก SleepBox Chiangmai นั่นเองค่ะ


คุณพิสิฐหนึ่งในหุ้นส่วนเล่าให้เราฟังถึงที่มาของโฮสเทลแห่งนี้ว่าเกิดจากการรวมตัวกันของหุ้นส่วน 3 คน คือคุณเกรียงไกรผู้เป็นสถาปนิกออกแบบ คุณพิสิฐและคุณชูชัยผู้มีความชื่นชอบและรักในการเดินทาง จึงนำคอนเทนเนอร์ซึ่งเปรียบเสมือนตัวแทนของการเดินทาง “คอนเทนเนอร์มันเดินทางไปทุกที่ทั่วโลก เดินทางมากกว่าเราอีกด้วยซ้ำ แต่เมื่อหมดอายุการใช้งานก็จะถูกตั้งทิ้งไว้เฉยๆ เรานำมันมารีไซเคิลใหม่ให้เป็นโฮสเทลความสูง 5 ชั้น” คุณพิสิฐกล่าว ทำให้การตกแต่งภายในของที่นี่เน้นความเป็นอินดัสเตรียลจากคอนเทนเนอร์เป็นหลักมาผสมผสานกับความวินเทจจากของเก่าและของสะสมรวมไปถึงของรีไซเคิลต่างๆอย่างลงตัว โดยเราจะเห็นได้ตั้งแต่การเข้ามาในล็อบบี้ซึ่งฟร้อนรับแขกดูโดดเด่นด้วยดีไซน์จากวัสดุอุปกรณ์ช่างชนิดต่างๆ นอกจากนี้บริเวณล็อบบี้ยังมีของสะสม ของเก่าและของสไตล์วินเทจถูกนำมาตกแต่งภายในอย่างกลมกลืนอีกด้วย



ถัดจากล็อบบี้ที่ชั้นล่างเมื่อขึ้นมาบริเวณชั้น 2 เราจะพบกับ Common Room สำหรับพักผ่อน โดยห้องนี้จะถูกแบ่งเป็นสัดส่วนทั้งมุมนั่งเล่นกลางแจ้ง มุมนั่งเล่นภายในห้อง โซนรับประทานอาหารและมุมครัวพร้อมกับโทรทัศน์ไว้ให้แขกผู้มาเข้าพักได้ใช้งานอย่างเพลิดเพลิน ซึ่งการตกแต่งภายในห้องนี้ยังคงคอนเซ็ปต์จากสไตล์อินดัสเตรียลลอฟท์และวินเทจไว้เช่นเคย ด้วยการใช้โซฟาหนังและโต๊ะรับประทานอาหารที่ทำจากไม้คอร์ก พร้อมเสริมความมีเสน่ห์ด้วยภาพวาดศิลปะสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆของไทยบนกำแพงซึ่งเกิดจากฝีมือของศิลปินนิรนามในเชียงใหม่โดยเราจะเห็นภาพวาดเหล่านี้ถูกตกแต่งภายในห้องต่างๆของโฮสเทลถึง 11 แบบด้วยกันค่ะ



มากันถึงห้องพักแต่ละแบบของที่นี่กันบ้าง เริ่มจากห้องแรก Special Room ซึ่งมีความพิเศษโดดเด่นตรงที่มีเพียงห้องเดียวเท่านั้น เหมาะสำหรับผู้มาเข้าพักเป็นกลุ่ม 4 คนหรือมาเป็นครอบครัว เพราะห้องนี้จัดเต็มด้วย 2 ห้องนอน มุมนั่งเล่นพักผ่อน มุมโต๊ะทำงานและมุมรับประทานอาหารอย่างเป็นส่วนตัว


ส่วนห้องน้ำของที่นี่ก็เป็นห้องน้ำส่วนตัวเช่นเดียวกันค่ะ โดยมีการแยกฝั่งสำหรับอาบน้ำและทำธุระไว้อย่างเป็นสัดส่วนทำให้ใช้งานได้สะดวกมากยิ่งขึ้นเหมาะกับจำนวนคนที่เข้าพักเพราะสามารถใช้งานแยกกันได้อย่างอิสระ


ถัดมาที่ห้องแบบที่ 2 Sweet Room ห้องนี้เป็นห้องแบบส่วนตัว 1 ห้องนอนซึ่งภายในก็จะมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ไม่ว่าจะเป็นโซฟานั่งเล่น โต๊ะทำงานส่วนตัว โดยชื่อของห้องนี้ก็ถูกตั้งขึ้นให้มีความพิเศษตรงคู่รัก คู่เพื่อนซี้ สามารถมาเติมเต็มความหวานและความสนิทกันได้มากยิ่งขึ้นนั่นเองค่ะ ซึ่งการตกแต่งภายในก็เป็นไปอย่างเรียบง่ายสบายตาเหมาะแก่การพักผ่อนมากๆ



ส่วนใครที่ชอบในบรรยากาศของโฮสเทลแบบสุดๆ ห้อง Story Room แห่งนี้คงจะตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดีด้วยเตียงแบบดรอม 2 ชั้น แต่ละเตียงมีความเป็นส่วนตัวด้วยม่านกั้น ห้องนี้รองรับผู้เข้าพักได้ถึง 4 คนด้วยกันค่ะ โดยนอกจากแต่ละเตียงจะมีม่านกั้นแล้วยังมีช่องเก็บของที่หัวเตียง โคมไฟสำหรับอ่านหนังสือ พร้อมที่แขวนผ้าส่วนตัวให้ด้วย เรียกได้ว่าสามารถพักผ่อนเป็นส่วนตัวกันได้แบบสบายใจเลย ซึ่งชื่อของห้องนี้ก็ตั้งอย่างตรงตัวเลยเพราะต้องการให้ผู้มาเข้าพักได้แชร์เรื่องราวและประสบการณ์ต่างๆร่วมกันนั่นเอง


โดยห้อง Sweet Room และ Story Room นั้น ก็มีห้องน้ำภายในแบบเป็นสัดส่วนเช่นเดียวกันค่ะ คือแยกส่วนอาบน้ำและส่วนทำธุระออกจากกันทำให้สามารถใช้งานได้อย่างอิสระแบบเดียวกับห้อง Special Room เลย
ใครที่อยากลองออกเดินทางไปสัมผัสประสบการณ์ชีวิตรูปแบบใหม่ใจกลางกรุง โฮสเทล SleepBox Sukhumvit 22 ตั้งอยู่ที่ ซอยสายน้ำทิพย์ 3, สุขุมวิท 22, สุขุมวิท, คลองเตย, กรุงเทพมหานคร 10110 โทร 02 -663-3088 เปิดให้บริการทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง เช็คอินเวลา 14.00 น. และเช็คเอ้าท์ก่อนเวลา 12.00 น.ค่ะ

ที่มา : https://www.forfur.com/
News Update
SLEEPBOX SUKHUMVIT 22 ที่สุดของดีไซน์โฮสเทลกลางกรุงเทพฯ
Sleepbox Sukhumvit 22 อยู่ที่ซอยสายน้ำทิพย์ 2 และ 3 ซึ่งเป็นซอยย่อยของซอยสุขุมวิท 22 สามารถเชื่อมไปออกได้ทั้ง ถนนสุขุมวิท ถนนรัชดา และถนนพระราม 4 อยู่ห่างจากสถานีรถไฟฟ้า MRT ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิตทางออกฝั่งซอยไผ่สิงโตประมาณ 750 เมตร ตัวโรงแรมจะออกแบบโดยการนำตู้คอนเทนเนอร์มาประยุกต์เป็นอาคาร ด้านล่างจะทำเป็นลานจอดรถ สามารถจอดได้ซัก 10 คัน


หากจะหาที่พักในกรุงเทพฯ แบบสบายกระเป๋าอยู่ใจกลางเมืองแล้วล่ะก็ Sleepbox Sukhumvit 22 ก็ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดี เพราะที่นี่ไม่ใช่เป็นโฮสเทลที่ให้แต่เรื่องราคาถูก แต่ที่นี่ยังเป็นโฮสเทลที่เน้นการดีไซน์อีกด้วย เรียกว่าได้พักถูกแล้วยังได้พักเก๋ๆอีกตะหาก
เวลาไปต่างประเทศผมมักจะพักโฮสเทลเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย ซึ่งโฮสเทลแต่ละที่ก็มีทั้งดีและแย่ต่างกันไป เคยเจอคำถามจากเพื่อนต่างประเทศว่าโฮสเทลในเมืองไทยเป็นยังไงบ้างล่ะ ชั้นอยากไปเที่ยวเมืองไทยยูมีที่ไหนแนะนำมั๊ย เออนั่นซิ เราอยู่ในไทยเองโดยเฉพาะในกรุงเทพฯ จะไปพักโฮสเทลทำไมนะ ก็เลยมึนๆแนะนำไม่ถูก
แต่เมื่อช่วงก่อนสงกรานต์ ช่วงนั้นแฟนผมท้องแก่แล้วผมเลยมีหน้าที่ขับรถรับส่งทุกวัน และผมมีงานที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิตเลิกดึกๆเกือบทุกวัน ผมเลยหาที่พักแถวๆนั้น เลยได้มีโอกาสไปพักโฮสเทลกลางกรุงในซอยสุขุมวิท 22 ชื่อ Sleepbox Sukhumvit 22 ซึ่งเป็นดีไซน์โฮสเทลเปิดใหม่ในราคาต่อคนอยู่ที่ 400-700 บาทเท่านั้นเอง
หลังจากได้ไปพักที่นี่ก็รู้สึก เห้ย…โฮสเทลเมืองไทยมันเท่ห์ดีนะ ดีไซน์ก็เจ๋งมาก ผมเลยขอมารีวิวให้ชมกันหน่อยดีกว่า
วูบแรกของการเปิดเข้าไปที่ Lobby ให้ลบภาพโฮสเทลที่เน้นถูกๆไว้ซุกหัวนอนได้เลย เพราะการดีไซน์ การใช้ไฟต่างๆ กำลังดี และการนำไม้มาใช้ในการตกแต่งทำให้มีความรู้สึกอบอุ่นเป็นอย่างมาก เรียกว่าเป็นโฮสเทลที่ใส่ใจการออกแบบเป็นอย่างดี


สำหรับชั้นสองตรงกลางอาคารจะทำเป็น Common Room ครับ มีตู้เย็น ไมโครเวฟ ให้สามารถมาใช้งานได้โดยที่ถ้าจะใช้ตู้เย็นเก็บของก็เหมือนโฮสเทลทั่วไปคือต้องเขียนชื่อและห้องแปะไว้ด้วย ที่นี่ตอนเช้าจะมีขนมให้กินด้วยครับ วันที่ผมไปมีเป็นขนมเปี๊ยะให้กิน ธีมการตกแต่งในโรงแรมจะมีการวาดลวดลายสถานที่ท่องเที่ยวในไทยอย่างที่ Common Room จะเป็นลายวัดพระแก้ว


มาดูส่วนห้องพักกันบ้าง ที่นี่จะมีห้องพัก 2 แบบคือ Dorm 4 Beds กับ Private Double Room แน่นอนว่าผมเลือกที่จะไปนอนแบบ Double Room อยู่แล้ว แต่ไหนๆไปแล้ว เลยขอทางโฮลเทลเข้าไปถ่ายรูปหน่อยนึง บริเวณทางเดินระหว่างห้องถือว่าทำได้สวยดี ผมชอบตรงป้ายบอกเลขห้อง มันใหญ่สะใจและดูดิบๆดี

มาดูห้อง Dorm กันก่อน เท่าที่ดูถือว่าเป็นห้องที่ใหญ่โตน่าดู ตัวห้องทำค่อนข้างสูง แม้ว่าจะทำเป็นเตียงสองชั้น คนที่อยู่เตียงล่างนั้นสามารถนั่งได้สบายๆ บริเวณหัวเตียงจะมีเลขห้องและเลขเตียง พร้อมกับมีปลั๊กไฟแบบ Universal ให้ใช้งานพร้อมสวิตช์ไฟส่วนตัว และตู้เก็บของมีค่า รวมถึงตรงกลางห้องจะมี Locker ใหญ่ให้แต่ละเตียงสำหรับเก็บสัมภาระด้วย ที่เตียงจะมีม่านปิดเพื่อความเป็นส่วนตัว ส่วนห้องน้ำเป็นแบบห้องน้ำในตัวทุกห้องนั่นคือแชร์ห้องน้ำกัน 4 เตียงนี่ล่ะ (รูปลงไปดูที่ห้องแบบ Private ได้เพราะเหมือนๆกันครับ)
สนนราคาห้องนี้ ราคาต่อเตียงที่เว็บ Expedia ตอนนี้อยู่ที่เตียงละ 396 บาท รวมภาษีแล้ว ซึ่งถ้าใช้ Voucher Code ลด 10% ที่มีดาษดื่นก็จะเหลือราวๆ เตียงละ 360 บาทเท่านั้นเอง ใครสนใจจะจองก็คลิกดูห้องว่าง ที่นี่ ได้เลยครับ


มาดูห้อง Double Room ที่ผมพักกันบ้าง ห้อง Double Room จะมีห้อง 2 แบบคือตรงกลางกับตรงหัวมุม ห้องหัวมุมจะใหญ่กว่าเฉพาะตรงทางเข้าที่มีพื้นที่เยอะขึ้น แต่ภายในจะตกแต่งเหมือนกัน

ภายในจะวางเตียงไว้สุดห้อง เตียงแข็งกำลังดีนอนสบายไม่ปวดหลัง แต่หมอนค่อนข้างแข็งและสูง ผมเป็นคนที่ติดนอนหมอนสุขภาพที่หมอนจะยวบตามน้ำหนักคอของผมพอมานอนหมอนนี้แล้วแอบปวดคอเล็กๆ แต่หมอนนี้ถ้านอนกันหลายๆหัวแล้วนุ่มลงผมว่าคงกำลังดี ส่วนตรงกลางห้องมีมุมโซฟาไว้ดูทีวี และมีมุมโต๊ะทำงานให้ด้วย ส่วนตัวผมชอบมากเพราะไปพักแบบไปทำงานด้วย ส่วนปลายห้องจะเป็นที่แขวนเสื้อและตู้เย็นย่อมๆ ปลั๊กไฟที่นี่ถือว่ามีให้หลายปลั๊กเลยทีเดียว ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่พอเลย อ้อแต่แอบติงเรื่องการวางเตียงนิดนึง ที่มันพอดีกับขนาดห้องไปหน่อย ทำให้ช่วงกลางคืนที่ผมนอนด้านในเวลาจะออกมาเข้าห้องน้ำ ออกมาลำบากแบบว่าต้องเดินเบียดๆปลายเตียงออกมา เพราะจะให้ปีนข้ามคุณภริที่ท้องโย้แล้วก็กระไรอยู่



สำหรับห้องน้ำเหมือนกับห้อง Dorm เลยขนาดเล็กๆแต่อุปกรณ์ก็ถือว่าครบครัน ที่สำคัญห้อง Private นี้มีผ้าเช็ดตัวให้ด้วย จริงๆแล้วสำหรับผมห้องนี้ผมมองว่าเหมือน Business Hotel ที่ญี่ปุ่นมากกว่า เพราะอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสำหรับห้อง Double ถือว่ามาตรฐานโรงแรมเลยทีเดียว

บทสรุป SLEEPBOX SUKHUMVIT 22
สำหรับ SLEEPBOX SUKHUMVIT 22 ถือเป็นดีไซน์โฮสเทลที่คุ้มค่าคุ้มราคามากๆ การตกแต่งที่สวยงาม และอยู่ในทำเลที่ดีอยู่ในระยะที่เดินได้จาก MRT ได้ ส่วนตัวแล้วถ้าผมเป็นฝรั่งที่มาเที่ยวกรุงเทพฯ ที่นี่ถือเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ดีมากๆ รวมไปถึงถ้าผมเป็นคน ตจว. แล้วเข้ามาทำธุระใน กทม. ที่นี่ก็ถือว่าเป็นทางเลือกที่ดีมากๆเลยทีเดียว
ที่มา : http://www.travelplanetx.com/
News Update
Sleep Box Sukhumvit 22 โรงแรมสุดเท่จากคอนเทนเนอร์
ย้อนไปประมาณ 4 ปีที่แล้ว มีโรงแรมที่ทำจากตู้คอนเทนเนอร์แห่งหนึ่งผุดขึ้นที่ใจกลางเมืองเชียงใหม่ชื่อว่า Sleep Box กระแสความนิยมที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน อาจมีจุดเริ่มต้นมาจากโรงแรมแห่งนี้ ที่กล้าเอาตู้เหล็กมาทำเป็นโรงแรมให้ผู้คนได้มีประสบการณ์ใหม่ๆ ในการท่องเที่ยวมากขึ้น และในวันนี้ ผู้ออกแบบและเจ้าของ Sleep Box ที่เชียงใหม่ ได้จับมือกับหุ้นส่วนอีก 2 คน ร่วมสร้าง Sleep Box สาขาใหม่ ซึ่งตั้งอยู่กลางย่านธุรกิจอย่างซอยสุขุมวิท 22 เราลองมาหาคำตอบจากผู้ที่มีทั้งประสบการณ์และความคิดสร้างสรรค์ เกี่ยวกับเจ้าตู้คอนเทนเนอร์นี้กัน
Sleep Box สาขาใหม่นี้ ก่อตั้งขึ้นโดยคุณ เกรียงไกร วังวงค์ สถาปนิกโครงการ คุณ พิสิฐ ชื่นชูศิลป์ ผู้เชี่ยวชาญเรื่องการบริหารและการตลาด และคุณ ชูชัย ปวีณพงษ์พัฒน์ ทั้ง 3 คนร่วมกันออกแบบและสร้างสรรค์ Sleep Box ให้แตกต่างและลงตัวที่สุด


ภาพ : คุณ เกรียงไกร วังวงค์ สถาปนิกโครงการ (ซ้าย) คุณ พิสิฐ ชื่นชูศิลป์ ผู้เชี่ยวชาญเรื่องการบริหารและการตลาด (ขวา) ฉากด้านหลังเป็นผลงานภาพวาดสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งที่น่าสนใจในกรุงเทพฯ นำมาทำเป็น Wallpaper และใส่ในกรอบรูป แขวนทั้งในห้องพัก และตามทางเดิน เป็นตีมการตกแต่งของโรงแรมแห่งนี้
สถาปัตยกรรมลูกผสม
“พอเราคิดจะสร้างโรงแรมขึ้นมาสักโรงแรม เราก็กลับไปมองว่าตอนนี้ในตลาดขาดโรงแรมประเภทไหนอยู่ เราก็พบว่ายังมีช่องว่างระหว่างคำว่า Hotel และ Hostel กล่าวคือ เราเห็นจุดเด่นของที่พักทั้ง 2 ประเภทนี้ แต่ยังคงขาดจุดตรงกลางที่จะทำให้ลูกค้ามีทางเลือกมากขึ้น โดยเราจะทำโรงแรมที่มีราคาเท่า Hostel แต่คุณภาพและการพักในรูปแบบ Hotel” คุณพิสิฐ เล่าถึงแนวคิดในการวางรูปแบบของโรงแรมแห่งนี้

ส่วนเรื่องแนวคิดด้านการออกแบบโครงสร้างและงานสถาปัตยกรรม เป็นรูปแบบที่ตัวสถาปนิก คุณเกรียงไกร เชื่อและสนใจมาตลอด คือการใช้ตู้คอนเทนเนอร์มาประกอบขึ้นเป็นตัวโรงแรม “ผมมองว่าตู้คอนเทนเนอร์มีความน่าสนใจในหลายมิติ ทั้งเรื่องการใช้ทรัพยากรได้อย่างคุ้มค่า ตัวพื้นผิวและรูปแบบตัวตู้ที่น่าสนใจ มีความดิบเท่แต่แข็งแรง อย่างโรงแรมนี้ เมื่อเราคิดจะสร้างบนพื้นที่ใจกลางเมืองที่มีราคาที่ดินสูง การซ้อนชั้นเพื่อให้ได้จำนวนห้องที่เหมาะสมเป็นสิ่งจำเป็น เราเลือกใช้โครงสร้างเหล็กรูปพรรณเป็นตัวโครงสร้างหลักของอาคาร เพื่อรับน้ำหนักของตู้และส่วนต่างๆ ไว้ทั้งหมด ผสานกับงานก่อสร้างแบบเดิมคือก่ออิฐฉาบปูนในบางส่วน ผนังภายในกั้นโดยผนังเบา รวมถึงการใช้กระจก ทำให้โรงแรมดูเป็นอาคารลูกผสมทั้งในเรื่องวัสดุและแนวคิดการออกแบบ”

ภาพ : การก่อสร้างด้วยตู้เหล่านี้ต้องมีการวางแผนที่รัดกุม เพราะซอยทางเข้าแคบ ต้องคำนึงถึงคือเรื่องการขนย้ายตู้ให้เกิดปัญหาน้อยที่สุด
ตู้คอนเทนเนอร์ ความแปลกใหม่ที่ต้องการประสบการณ์ หลายคนชอบรูปแบบของตู้คอนเทนเนอร์ที่นำมาทำเป็นอาคารหรือร้านค้าต่างๆ แต่ในรายละเอียด จะมีใครรู้บ้างว่าต้องทำอย่างไร ถึงจะก่อเกิดปัญหาตามมาน้อยที่สุดเมื่อใช้งานจริง เพราะตู้เหล่านี้ไม่ได้ออกแบบมาเพื่องานสถาปัตยกรรมหรือการอยู่อาศัย คุณเกรียงไกร สถาปนิกแห่ง Sleep Box แห่งนี้จึงเผยความลับที่หลายคนไม่ทราบกับเรา
ตู้คอนเทนเนอร์มีความสูงหลายขนาด – โดยทั่วไปจะเห็นความสูงตู้กันที่ 2.60 เมตร พอนำมาทำเป็นอาคารหรือห้อง ฝ้าที่ได้จึงไม่สูงนักอาจทำให้รู้สึกอึดอัด แต่จริงๆ แล้วมีความสูงตู้ที่ 2.90 เมตรด้วย ซึ่งหลายคนอาจจะยังไม่ทราบ ขนาดตู้นี้จะทำให้ฝ้าสูงขึ้น รู้สึกโปร่งสบายอีกทั้งยังช่วยให้การต่อตู้เชื่อมเป็นห้องใหญ่ จะได้พื้นที่ห้องที่ดูกว้างขวางเหมือนบ้านที่ก่อสร้างด้วยระบบทั่วไป

การติดฉนวนกันความร้อน เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง – แน่นอนว่าหากไม่ติดฉนวนกันความร้อนเพิ่มเติม วัสดุของตู้ที่เป็นเหล็กจะนำความร้อนได้อย่างดี และเราก็จะต้องเปิดเครื่องปรับอากาศตลอดเวลา ทำให้เครื่องปรับอากาศทำงานหนักเกินไป โดยโครงการนี้ติดตั้งฉนวนกันความร้อนที่ผนัง ด้านนอกที่สัมผัสแสงแดดโดยตรง ระหว่างตู้นั้นก็วางห่างกัน เกิดช่องว่างของมวลอากาศ เป็นฉนวนได้อีกชั้นหนึ่ง

ภาพ : บางส่วนของผนังของโรงแรมใช้วัสดุอิฐมวลเบาที่มีคุณสมบัติในการช่วยป้องกันความร้อนได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยั้งสามารถก่อสร้างได้รวดเร็ว ทำงานง่าย เหมาะกับงานที่ต้องการระยะเวลาการก่อสร้างน้อย และมีคนงานไม่มากนัก
ตู้คอนเทนเนอร์สามารถซ้อนชั้นกันได้มากกว่า 5 ชั้น – โดยการใช้งานปกติของตู้เหล่านี้ จะถูกวางซ้อนกันในการขนส่งสินค้าหรือวางเก็บอยู่แล้ว จึงไม่ต้องเป็นห่วงว่าจะพังทลายลงมา เพราะตัวตู้มีน้ำหนักที่มากพอที่จะทำให้มีความมั่นคงแข็งแรง และรอยต่อของตู้จะมีตัวล็อคที่จะทำให้ตู้ไม่เลื่อนหล่นลงมา

ภาพ : ปกติแล้วตู้คอนเทนเนอร์สามารถซ้อนได้มากกว่า 5 ชั้นโดยไม่ต้องมีโครงสร้างอื่นช่วยยึด แต่เมื่อเป็นอาคารสาธารณะที่มีคนใช้งานมาก จึงต้องยึดตู้เข้าด้วยกันเพื่อความแข็งแรงและปลอดภัยมากขึ้น
หากจะตัดตกแต่งตู้ ต้องเสริมเสาและคานเหล็ก – เพราะตู้คอนเทนเนอร์นั้นมีโครงสร้างรับน้ำหนักอยู่ที่มุมทั้ง 4 ของตู้ หากจะตัดให้ตู้สั้นลง ต้องมีการเสริมเสาที่บริเวณที่ตัดด้วย เพื่อความแข็งแรงในการใช้งาน อีกทั้งหากต้องทำการติดตั้งประตู หน้าต่างซึ่งต้องเจาะผนังเหล็ก ก็ต้องมีการเสริมเสาและคานเหล็กเพื่อติดตั้งประตู หน้าต่าง ดังกล่าวด้วยเช่นกัน เปรียบได้กับเสาเอ็น คานเอ็น ในงานผนังก่ออิฐนั่นเอง

ภาพ : บริเวณระเบียงที่อยู่นอกอาคาร สถาปนิกเลือกใช้วัสดุที่มีความทนทานและดูเป็นธรรมชาติ เพื่อให้เข้ากับสไตล์การตกแต่งแบบเท่ๆ ดิบๆ อย่างกระเบื้อง ITALIA Collection ซีรีย์ BALZA สี CARBON ที่มีลักษณะและลวดลายดั่งหินตามธรรมชาติ
สร้างประสบการณ์ในการท่องเที่ยวและพักผ่อน
“ผมถือว่าเป็นหน้าที่ของเราที่ต้องออกแบบประสบการณ์ หรือที่เรียกว่า Design Experience ให้กับลูกค้า ให้รู้สึกว่าการมาเที่ยวและได้พักที่นี่ เป็นประสบการณ์ที่แปลกใหม่ เราจึงเน้นเรื่องการออกแบบตกแต่งที่สามารถสื่อถึงความสนุกสนาน และความน่าสนใจของสถานที่เที่ยวในประเทศไทยให้เด่นชัดมากขึ้น” คุณพิสิฐ กล่าวถึงรูปแบบการตกแต่งและบริการของที่โรงแรมนี้


ที่นี่คล้าย Hostel ที่สามารถสร้างปฏิสัมพันธ์กับคนอื่นๆ ได้มากเท่าที่ต้องการ โดยมีพื้นที่ห้องสันทนาการ (Common Room) ให้ใช้ตลอด 24 ชั่วโมง มีพื้นที่ระเบียงกว้างให้มาพบปะพูดคุย แต่ในขณะเดียวกันในห้องพัก ก็มีความเป็นส่วนตัวเหมือนการพัก Hotel นั่นเอง โดยห้องพักมีทั้งหมด 3 ประเภทด้วยกัน คือ Story Box ห้องสำหรับ 4 คนที่มีเตียง 2 ชั้น 1 ห้องน้ำในตัว, Sweet Box ห้องสำหรับ 2 คน และ Special Box ห้องสำหรับครอบครัว 4 คน หรือสำหรับผู้ที่ต้องการความเป็นส่วนตัวสูงสุด มีห้องนั่งเล่น และห้องน้ำในตัว




สไตล์การตกแต่งที่เรียกว่า Industrial Loft เป็นแนวทางหลักของโรงแรมนี้ ใช้ความดิบเท่ของผนังเหล็ก ที่มีรอยบุบบ้างก็ถือเป็นเสน่ห์ รวมไปถึงประตูตู้คอนเทนเนอร์ที่ยังคงไว้เป็นส่วนบริเวณระเบียงของแต่ละห้อง รวมไปถึงการใช้ไม้ OSB ซึ่งมีลักษณะคล้ายลังไม้มาตกแต่ง คล้ายเป็นโกดังสินค้าที่แปลงกายเป็นโรงแรมสุดเท่แห่งนี้
ที่มา : www.scgbuildingmaterials.com
News Update
ห้องพักจากตู้คอนเทนเนอร์ เปลี่ยนเศษเหล็กเหลือใช้ให้เป็นโฮสเทลสุดเท่ “SLEEPBOX SUKHUMVIT 22 HOSTEL”
เรื่อง รัชชสิทธิ์ อัศวชูเกียรติ ภาพ อรรถพงศ์ สมวงค์
“Sleepbox sukhumvit 22 Hostel ภายใต้คอนเซปต์“กล่อง” เกิดจากความตั้งใจที่จะสร้างที่พักอาศัยให้มี ความสะดวกสบาย และที่สำคัญต้องปลอดภัยโดยการนำตู้คอนเทนเนอร์ มาต่อเรียงกัน มีความสูงถึง 5 ชั้น ให้เป็น hostel ระดับ 5 ดาว ใจกลางย่านสุขุมวิท” คุณพิสิฐ ชื่นชูศิลป์ ผู้ให้กำเนิด Sleepbox sukhumvit 22 Hostel ได้เล่าถึงคอนต์เซปของโฮสเทลสุดแนวแห่งนี้

และวันนี้ทีมงาน Homedeedee จะพาผู้อ่านมาพบกับโฮสเทล 5 ดาว ที่เรียกได้ว่ามีความพิเศษ แหวกแนว และไม่เหมือนใครแน่นอน ด้วยประสบการณ์ที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการการสร้างอาคารมาอย่างยาวนานของเจ้าของ ทำให้ Sleepbox sukhumvit 22 Hostel เป็นแลนด์มาร์คโฮสเทลที่นักท่องเที่ยวไปจนถึงพนักงานออฟฟิศต่างติดอกติดใจ ต้องแวะกลับมาพักให้ได้อีกซักหลายๆ รอบ

เริ่มจากด้านหน้าเลยแล้วกัน อาคารรูปทรงประหลาดคล้ายๆจะเป็นตู้คอนเทนเนอร์ วางต่อกันสูงถึง 5 ชั้น อ่านถูกกันแล้วครับผม 5 ชั้น ใช้ตู้คอนเทนเนอร์ทั้งหมด 24 ตู้ ซึ่งถือว่าเป็นอะไรที่แปลกตามากๆ โดยภายนอกถูกทาสีในโทนดำ-แดง ดูน่าค้นหาเป็นอย่างยิ่ง บนที่ดิน 200 ตารางวา ถูกแบ่งสัดส่วนให้ใช้งานได้อย่างคุ้มค่า บริเวณชั้นล่างสุดเป็นส่วนของลานจอดรถและล๊อบบี้ของโฮสเทล

เมื่อทีมงานเดินทางมาถึง คุณปิติพร พรหมเกษตริน ผู้จัดการใจดีของ Sleepbox และตำแหน่งภรรยาของคุณพิสิฐ ก็ได้ออกมาต้อนรับทีมงานด้วยความเฟรนด์ลี่ และเมื่อคุณปิติพรพาเดินดูรอบๆบริเวณโฮลเทลแล้ว ต้องขอบอกเลยว่าที่นี่ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ

เริ่มจากด้านหน้าเลยแล้วกัน อาคารรูปทรงประหลาดคล้ายๆจะเป็นตู้คอนเทนเนอร์ วางต่อกันสูงถึง 5 ชั้น อ่านถูกกันแล้วครับผม 5 ชั้น ใช้ตู้คอนเทนเนอร์ทั้งหมด 24 ตู้ ซึ่งถือว่าเป็นอะไรที่แปลกตามากๆ โดยภายนอกถูกทาสีในโทนดำ-แดง ดูน่าค้นหาเป็นอย่างยิ่ง บนที่ดิน 200 ตารางวา ถูกแบ่งสัดส่วนให้ใช้งานได้อย่างคุ้มค่า บริเวณชั้นล่างสุดเป็นส่วนของลานจอดรถและล๊อบบี้ของโฮสเทล

เมื่อเดินเข้ามาในส่วนของล็อบบี้ กลิ่นอายความวินเทจก็กระแทกเข้ามาให้ได้สัมผัสโดยทันที ด้วยอะไหล่รถมอเตอร์ไซค์หลากหลายชนิดถูกนำมาเป็นของตกแต่งที่ให้อารมณ์เท่ดุดัน พื้นและผนังถูกปูและกรุด้วยไม้ทั่วทั้งบริเวณ เมื่อบวกกับแสงไฟโทนวอร์มไวท์ยิ่งทำให้รู้สึกอบอุ่นและเป็นกันเอง

เหลือบตามองทั่วๆจะพอกับเฟอร์นิเจอร์เก่าแก่ที่มีเสน่ห์ความหายากอยู่ในตัว ถือเป็นเรื่องดีของคนชอบของเก่า ได้มาพักที่นี่และยังได้ชื่นชมสิ่งของวินเทจไปด้วย ไม่ว่าจะเป็น ตู้หัวจ่ายน้ำมันโบราณจากอเมริกา ตู้โค้กยอดเหรียญยุคเริ่มแรกจากอังกฤษ นอกจากนี้ยังมีในส่วนของมอเตอร์ไซค์โบราณ BMW ที่เป็นของรักของหวงของคุณพิสิฐจอดโชว์อยู่ด้วย และที่สำคัญคุณปู่บีเอ็มคันนี้ยังสตาร์ทติดอยู่ด้วยล่ะ


บันไดทางขึ้นชั้นบนถูกออกแบบให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวด้วยบันไดกล้างปลา บริเวณทางเดินในแต่ละชั้นจะตกแต่งอย่างดิบด้านในโทนสีดำเทา และบานประตูของแต่ละห้องจะถูกออกแบบให้คล้ายกับบานประตูของตู้คอนเทนเนอร์ โดยสีของประตูห้องจะต่างกันไปในแต่ละชั้นอีกด้วย บริเวณตั้งแต่ชั้น 2-5 จะเป็นในส่วนของห้องพัก โดยห้องพักที่ Sleepbox นั้นมีทั้งหมด 3 แบบด้วยกัน และในแต่ละแบบห้อง ก็จะแตกต่างมีเสน่ห์ไม่เหมือนกัน

เรามาเริ่มกันที่ห้องแบบแรก ซึ่งก็คือห้องแบบ Single ทีเด็ดของห้องนี้นอกจากจะเป็นห้องพักสุดเท่ในตู้คอนเทนเนอร์แล้ว จุดเด่นอีกอย่างหนึ่งก็คือความเป็นส่วนตัวที่ Sleepbox มีให้ ภายในตกแต่งด้วยโทนสีขาว เติมกลิ่นอายความเป็นลอฟท์ด้วยวอลเปเปอร์ลายก่ออิฐโชว์แนวสีขาว และยังสามารถมองออกไปข้างนอกเพื่อชมวิวได้อย่างจุใจด้วยผนังบานกระจกทั้งบานตรงส่วนของระเบียง ไม่หมดเพียงเท่านี้ เรื่องสุขอนามัยของที่นี่ก็ให้ความสำคัญอย่างมาก ด้วยห้องน้ำส่วนตัวที่แยกระหว่างห้องอาบน้ำและห้องสุขา


แบบห้องถัดมาคือห้อง Suite ที่จัดเต็มด้วยพื้นที่และเครื่องอำนวยความสะดวก ภายในห้องประกอบด้วย 1 ห้องนั่งเล่น 2 ห้องนอน มุมรับประทานอาหาร และห้องน้ำส่วนตัว ถือว่าฟังก์ชั่นใกล้ๆกับโรงแรมเชียวล่ะ โดยภายในห้องถูกคุมโทนสีขาวเทา แบ่งสัดส่วนห้องที่เท่ากับตู้คอนเทนเนอร์ 1 ตู้นำมาตัดครึ่งประกบกันได้อย่างลงตัว


และแบบห้องสุดท้ายเป็นห้องที่มีจำนวนเยอะที่สุด และลูกค้าจะชอบมากที่สุด ก็คือห้อง Dormitory ซึ่งทาง Sleepbox ภูมิใจนำเสนอเป็นอย่างยิ่ง ชูจุดเด่นเรื่องความเป็นส่วนตัว โดยแต่ละห้องนั้นจะมีเพียงแค่ 4 เตียงเท่านั้น เตียงให้ให้มาก็เป็นขนาด 3.5 ฟุต มีหมอนยาว 1 ใบและหมอนหนุน 1 ใบ ผ้าม่านที่ปิดแล้วรู้สึกเหมือนอยู่คนเดียวในห้อง และที่สำคัญ ในทุกๆ 1 ห้องก็จะมีห้องน้ำในตัวอยู่ด้วย อลังการมากๆ ภายในห้องก็ยังถูกคุมโทนด้วยสีขาวสบายตาเช่นเดียวกัน

นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ส่วนกลางให้ลูกค้าได้ใช้กันอย่างเต็มที่ เป็นห้องอเนกประสงค์สำหรับเข้ามานั่งเล่น ดูทีวี นั่งทำงาน ที่ถูกตกแต่งด้วยภาพวาดสถานที่สำคัญของประเทศไทยด้วยลายเส้นสั่งทำเฉพาะ Sleepbox sukhumvit 22 Hostel ที่มีมากกว่า 200 ภาพในโฮสเทลแห่งนี้ หรือจะออกมานั่งรับลมแบบเอาท์ดอร์ก็สามารถทำได้

ไม่แน่ว่าเมื่อคุณได้มาพักที่นี่ อาจจะมีเซอร์ไพรซ์อะไรแปลกใหม่ให้คุณแปลกใจก็เป็นได้ เพราะแว่วๆมาว่า คุณพิสิฐ และคุณปิติพร จะปลูกผักสวนครัวและสร้างห้องครัวที่พร้อมด้วยวัตถุดิบการปรุงอาหาร ให้ลูกค้าสามารถมาทำอาหารรับประทานกันเองได้เลยตามใจชอบอีกด้วย

ที่มา : www.homedeedee.com
News Update
Sleep Box Sukhumvit 22 โรงแรมตู้คอนเทนเนอร์สไตล์ Industrial Loft
จากแรงบันดาลใจอยากสร้างบรรยากาศโรงแรมที่แตกต่าง จึงกลับมาลงมือสรรค์สร้างอีกครั้ง กับที่พักตู้คอนเทนเนอร์สไตล์ Industrial Loft

Architect : เกรียงไกร วังวงค์
Location : สุขุมวิท 22 กรุงเทพฯ
Photo : Dsign Something
ถ้าใครที่เคยไปท่องเที่ยวในตัวเมืองเชียงใหม่ อาจจะพอคุ้นหูกับชื่อ Sleep Box กันมาบ้าง เพราะนี่คือชื่อของโรงแรมตู้คอนเทนเนอร์แห่งแรกในเมืองเชียงใหม่ที่เคยสร้างความฮือฮา ได้รับรางวัล Chiangmai Design Award 2014 สาขาสถาปัตยกรรมและตกแต่งภายในยอดเยี่ยมมาแล้ว ผู้ปลุกกระแสการใช้ตู้คอนเทนเนอร์มาทำโรงแรมรายแรกๆของประเทศ กำลังจะมามอบประสบการณ์แปลกใหม่อีกครั้ง ด้วยโรงแรมตู้เหล็กที่ผสมวัสดุคอนกรีต เหล็ก และแผ่นกระจกไว้ในรายละเอียดที่สวยงาม


โรงแรมคอนเทนเนอร์ 5 ชั้น ระดับพรีเมียม จากประสบการณ์ความรู้การสร้างโรงแรมตู้คอนเทนเนอร์ Sleepbox Chiangmai เมื่อ 4 ปีที่แล้ว ยังคงสร้างแรงกระตุ้นชั้นดีให้กับ คุณเกรียงไกร วังวงค์ ผู้ออกแบบและเจ้าของโครงการอยากสร้างที่พักจากตู้เหล็กขึ้นมาอีกครั้ง จึงตัดสินใจร่วมมือร่วมกับหุ้นส่วนอีก 2 คน ขยับขยายย้ายสาขาลงมาสร้างประสบการณ์แปลกใหม่กันในย่านธุรกิจกลางกรุงเทพฯ ใกล้แหล่งท่องเที่ยว เดินทางสะดวก เข้ามาเติมเต็มช่องว่างระหว่างคำว่า Hotel และ Hostel สร้างทางเลือกให้ลูกค้าด้วยที่พักแบบมีคุณภาพ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันแบบ Hotel แต่จ่ายแค่ราคา Hostel (Hostel ที่พักขนาดเล็กที่ราคาถูกกว่า ห้องน้ำรวม และเน้นความกระทัดรัด)


คุณเกรียงไกร วังวงค์ สถาปนิกผู้ออกแบบโครงการ และ คุณพิสิฐ ชื่นชูศิลป์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารโครงการและการตลาด

ตู้คอนเทนเนอร์บนโครงสร้างเหล็ก แนวคิดในการออกแบบโครงสร้างและงานสถาปัตยกรรม คือ ความแน่วแน่ที่อยากจะใช้ตู้คอนเทนเนอร์ประกอบรวมกันขึ้นป็นตัวอาคารที่พัก เพราะเชื่อว่าการนำตู้คอนเทนเนอร์กลับมาใช้ใหม่จะเป็นการรีไซเคิลทรัพยากรที่คุ้มค่าทดแทนกระบวนการทำลาย เนื่องจากตู้คอนเทนเนอร์เป็นวัสดุรูปฟอร์มสี่เหลี่ยมที่แสดงพื้นผิวลอนโลหะอันเป็นเอกลักษณ์ ดูดิบเท่แข็งแกร่ง และก็ยังสามารถประยุกต์รูปแบบการใช้งานและลดระยะเวลาการก่อสร้างได้รวดเร็ว
เมื่อเลือกก่อสร้างลงบนที่ดินย่านธุรกิจราคาแพง จึงต้องออกแบบอาคารทางตั้งเพื่อใช้ประโยชน์การสร้างจำนวนห้องให้คุ้มค่าและเหมาะสม ส่วนโครงสร้างหลักของอาคารเลือกใช้เหล็กรูปพรรณเพื่อรับน้ำหนักการซ้อนชั้นของตัวตู้และองค์ประกอบอื่นๆไว้ทั้งหมด สามารถยกตู้ประกอบเข้าแต่ละชั้นได้ง่ายขึ้นแถมช่วยประหยัดเวลาการก่อสร้าง แซมด้วยงานก่อสร้างก่ออิฐฉาบปูนและผนังกระจก เพื่อช่วยสร้างช่องแสงและความโปร่งตามสไตล์แบบ Industrial Loft
ความดิบเท่ของแผ่นเหล็ก ร่องรอยก้อนอิฐบนผนังปูน แผ่นไม้โทนน้ำตาลอบอุ่น และแผ่นกระจกบานกว้างที่คอยเปิดแสงสว่างให้ส่องผ่านเข้ามา ดูจะเข้ากันได้อย่างดีกับผิวลอนโลหะของตู้คอนเทนเนอร์
แบ่งกั้นพื้นที่ภายในห้องโดยใช้ผนังเบาที่ติดตั้งสะดวกรวดเร็ว ช่วยลดน้ำหนักโครงสร้าง
มีห้องพักทั้งหมด 3 แบบ คือ Story Box (สำหรับ 4 คนที่มีเตียง 2 ชั้น 1 ห้องน้ำในตัว) , Sweet Box ( สำหรับ 2 คน ) และ Special Box (สำหรับผู้ที่ต้องการความเป็นส่วนตัวสูงสุด มีห้องนั่งเล่น และห้องน้ำในตัว)
ห้องพักแบบ Story Box
ออกแบบประสบการณ์ที่แตกต่าง นอกจากจะต้องออกแบบโครงสร้างหลักของตัวโรงแรมจากตู้คอนเทนเนอร์แล้ว อีกหนึ่งหน้าที่ที่สำคัญของสถาปนิก ก็คือ การสร้างประสบการณ์การเข้าใช้อาคารในบรรยากาศที่แปลกใหม่ เพื่อเป็นจุดดึงดูดให้ลูกค้าที่เข้าพักอยากกลับมาเช็คอินอีกครั้ง ภายในโรงแรม Sleep Box Sukhumvit 22 จะเน้นการตกแต่งที่ให้ความรู้สึกสนุกสนาน ใช้โทนสีสดใสสะดุดตา สร้างความน่าจดจำให้กับแขกที่เข้ามาใช้บริการ
แต่ละชั้นจะแบ่งแยกโทนสีให้แตกต่างกัน และเลือกตกแต่งบานประตูห้องด้วยสีสันสดใสเพื่อความโดดเด่นน่าสนใจจากสีวัสดุโครงสร้างหลัก
การออกแบบห้องนั่งเล่นสันทนาการที่เปิดให้ใช้งานได้ตลอด 24 ชม. และพื้นที่ระเบียงกว้างสำหรับการออกมาพบปะพูดคุย ก็เพื่อสร้างพื้นที่สาธารณะเพื่อการปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้คน แต่ก็ยังไม่ละเลยความรู้สึกส่วนตัวยามพักผ่อนภายในห้อง แขกที่เข้าพักสามารถเลือกที่จะออกไปเสวนา หรือนั่งพักอยู่ในมุมเงียบๆของตัวเอง
ห้องนั่งเล่นส่วนกลางที่เปิดโอกาสให้เพื่อนใหม่ทั้งไทยและเทศได้เข้ามาแลกเปลี่ยนมิตรภาพ และประสบการณ์เดินทางแก่กันได้
ระเบียงยื่นภายนอก ช่วยลดความรู้สึกอึดอึดภายในห้องสี่เหลี่ยม













สำหรับใครที่อยากลองเข้าไปเปลี่ยนบรรยากาศการพักผ่อน สัมผัสประสบการณ์ใช้งานแบบแปลกใหม่ในตู้คอนเทนเนอร์ ก็ไม่ต้องเดินทางไปไหนไกล สามารถเข้าไปเช็คอินกันได้ที่ Sleep Box Sukhumvit 22
ที่มา : https://dsignsomething.com
News Update
SLEEPBOX SUKHUMVIT 22 Songkran Bucket
คุณกอล์ฟ เป็นหนึ่งคนทำงานย่านสุขุมวิท และเลือกมาพักกับเราเป็นประจำ เลี่ยงเส้นทางรถติดย่านนี้ในตอนเช้า-ตอนเย็น กลับดึกๆก็รณรงค์เมาไม่ขับไปในตัวเลย ^^ ขอบคุณกอล์ฟมา ณ.ที่นี้ด้วยนะคะ

News Update
SLEEPBOX SUKHUMVIT22 ห้องพัก Story Box
ว้าววว!!! ราคาห้องพัก Story Box เหลือเพียง 340 บาท/คน ที่กำลังตอบโจทย์คนทำงานดึก ต้องตื่นเช้า ลองรีบตัดสินใจมาเข้าใช้บริการห้องพักที่ SLEEPBOX SUKHUMVIT22 ทาง #Hostel มีห้องนักเล่น บรรยากาศปลอดโปร่ง เงียบสงบ พร้อมกับมี Free Internet Wifi ให้ใช้บริการค่ะ #SLEEPBOX SUKHUMVIT22 #TEL.02-663-3088





























